บริการเกี่ยวกับรถโฟล์คลิฟท์ไฟฟ้า น้ำมัน และแก๊ส ในด้านการขาย เช่า ซ่อม อะไหล่ และบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างครบวงจร โดยทางบริษัทขอแจ้งรายละเอียดในเรื่องสินค้าและบริการดังนี้ -บริการซ่อมบำรุงรถโฟล์คลิฟท์(forklift repair)ทั้งระบบไฟฟ้า น้ำมัน แก๊ส -บริการตรวจเช็คและบำรุงรักษารถโฟล์คลิฟท์ฯลฯ Email:pcnforklift@hotmail.com, Tel: 086-5182510, ID LINE : pcnforklift02
วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2557
วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2557
วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2557
วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2557
วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2557
ระบบหล่อเย็น
ในระบบหล่อเย็นของเครื่องยนตืดีเซลนี้ จะมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์ในขณะที่ทำงานมีอุณหภูมิความร้อนสูงจนเกินไป หรือเกินขีดจำกัดที่เครื่องจะทนได้ ซึ่งเครื่องยนต์ดีเซลนั้น โดยปกติจะถูกออกเเบบให้ทำงานในอุณหภูมิที่มีความร้อนสูงมาก ดังนั้นระบบหล่อเย็นจึงมีหน้าที่นำความร้อนส่วนเกินของเครื่องยนต์ในขณะทำงานออกจากเครื่องยนต์ เเละอาจทำให้ส่วนประกอบอื่นๆ ของเครื่องยนต์เสื่อมสภาพหรือถึงขนาดชำรุดเสียหายได้ นอกจากนี้ระบบหล่อเย็นยังสามารถควบคุมอุณหภูมิจากความร้อนที่สูงขึ้ของเครื่องยนต์ได้อีกด้วย ซึ่งระบบดังกล่าวจะพยามยามรักษาระดับอุณหภูมิให้มีความคงที่ เเละกำจัดความร้อนส่วนเกินออกจากเครื่องยนต์ในขณะทำงาาน เนื่องจากหากเครื่องยนต์มีอุณหภูมิที่ต่ำหรือเย็นเกินไปก็อาจจะส่งผลให้ส่วนประกอบต่างๆ ของเครื่องยนต์เกิดการสึกหรอได้เช่นกัน ในปัจจุบันได้มีการติดตั้งระบบหล่อเย็นเพื่อควมคุมอุณหภูมิของเครื่องยนต์ขณะทำงานอยู่ 2 เเบบ คือ -ระบบหล่อเย็นด้วยอากาศ ซึ่งในตัวระบบจะปล่อยให้อากาศภายนอกผ่านเข้าสู้ตัวเครื่องยนต์โดยตรง ทำให้เกิดการถ่ายเทความร้อนโดยอาศัยอากาศเป็นตัวนำพา -ระบบหล่อเย็นด้วยของเหลว ของเหลวที่ว่านี้ ก็คือน้ำโดยทั่วไปนั้นเอง โดยของเหลวเช่นน้ำนั้น จะไหล่ผ่านช่องต่างๆ ที่ถูกติดตั้งขึ้นในตัวของเครื่องยนต์เพื่อให้ความร้อนที่เกิดขึ้นถูกถ่ายเทไปกับน้ำที่ไหลผ่านสัมผัสตัวเครื่องยนต์นั้นซึ่งหลังจากที่น้ำถ่ายเทความร้อนออกจากเครื่องยนต์ในขณะทำงานเเล้ว น้ำร้อนเหล่านั้นจะถูกนำไปเก็บไว้ในอีกที่หนึ่ง เพื่อให้น้ำนั้นมีการปรับสภาพอุณหภูมิให้ลดลง(น้ำนั้นเย็นลง) จึงจะถูกส่งกลับไปไหลเวียนในระบบหล่อเย็นด้วยของเหลวตามเดิม สำหรับระบบหล่อเย็นนี้ จะมีอุปกรณ์ที่เป็นส่วนประกอบเพื่อทำงานในระบบดังนี้ 1.หม้อน้ำ คือ ถังเก็บน้ำที่ใช้สำรองน้ำไว้ให้เพียงพอต่อการหมุนเวียนของระบบหล่อเย็น โดยหม้อน้ำจะเป็นเครื่องถ่ายเทความร้อนจากน้ำไปสู่อากาศโดยคอยล์ร้อน 2.พัดลม คือ อุปกรณ์ที่มีหน้าที่ดูดเอาลมผ่านหม้อน้ำเพื่อคลายความร้อนออกจากน้ำในหม้อน้ำ ซึ่งพัดลมนี้จะทำงานตามระยะเวลาที่ถูกตั้งไว้ เพื่อใหเมีการระบายความร้อนออกจากหม้อน้ำเป็นช่วงๆ 3. ปั๊มน้ำ คือ อุปกรณ์ที่มีหน้าที่ปล่อยน้ำให้ไหลเวียนในระบบหล่อเย็นได้อย่างเพียงพอเเละเหมาะสม 4.เทอร์โมสตัด สำหรับอุปกรณ์ชนิดนี้ จะมีหน้าที่ควมคุมอุณหภูมิในระบบหล่อเย็น โดยจะสั่งการให้ปล่อยน้ำเพื่อทำการไหลเวียนเพื่อคลายความร้อนให้เเก่เครื่องยนต์ ซึ่งเทอร์โมสตัดนี่้ จะควบคุมให้มีการหล่อเย็นเป็นช่วงๆ ตามความเหมาะสมเพื่อรักษาระดับอุณหภูมิให้เเกเครื่องยนต์
WWW.PCNFORKLIFT.COM
WWW.PCNFORKLIFT.COM
วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557
ปัญหาการสึกหรอของยาง
ปัญหาการสึกหรอของยาง
ยางรถเป็นส่วนหนึ่งของระบบส่งกำลัง ระบบบังคับเลี้ยว และระบบรองรับ ซึ่งจากหน้าที่ที่มีส่วนร่วมที่สำคัญนี้จึงต้องรักษายางให้คงสภาพที่ดีอยู่เสมอ เพราะฉะนั้นในการวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นกับยางในขั้นแรกนั้นจะต้องตรวจสอบสภาพของยางว่ามีการใช้งานที่ถูกต้องและบำรุงรักษาตามระยะเวลาที่กำหนดไว้หรือไม่เสียก่อน
ดังนั้นการสึกหรอของยางที่ผิดปกติจึงเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้
1. ยางสึกบริเวณไหล่ยางหรือตรงกลาง สาเหตุหลักที่สำคัญนั้นเกิดจากการบกพร่องในการรักษาแรงดันลมยางให้ได้ตามค่าที่กำหนดไว้ ดังนั้นการเติมแรงดันลมยางให้อ่อนเกินไปจะทำให้บริเวณส่วนกลางของยางเว้าเข้าน้ำหนักของรถจะตกบริเวณไหล่ยาง จึงเป็นสาเหตุให้บริเวณไหล่ยางทั้งสองข้างนั้นสึกเร็วกว่าบริเวณตรงกลาง
แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าเติมลมยางให้มากกว่าค่าที่กำหนดไว้ ผลที่ตามมานั้นจะทำให้บริเวณส่วนกลางของยางสึกหรอเร็วกว่าบริเวณไหล่ยางทั้งสองข้าง
2. ยางสึกจากการเลี้ยว สภาพการสึกของดอกยางจะมีลักษณะทแยงมุม เป็นสาเหตุที่เกิดจากผู้ขับขี่นั้นเลี้ยวโค้งด้วยความเร็วที่สูงมาก วิธีแก้ไขก็คือ ผู้ขับขี่ควรลดความเร็วลงในขณะที่เลี้ยวเข้าโค้ง
3. ดอกยางสึกเพียงด้านเดียว สาเหตุหลักนั้นเกิดจากมุมแคมเบอร์ผิด ทำให้พื้นที่สัมผัมถนนของยางต่างกันตามน้ำหนักที่กดลง เช่น ถ้ายางมีมุมแคมเบอร์บวก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางด้านนอกสั้นกว่าด้านในเป็นสาเหตุให้บริเวณพื้นดอกยางด้านนอกนั้นเกิดการลื่นไถลไปบนพื้นถนนทำให้ดอกยางด้านนอกสึกเร็วกว่าดอกยางด้านใน ในทางตรงกันข้าม ถ้าเป็นมุมแคมเบอร์ลบ ก็จะทำให้ดอกยางด้านในนั้นสึกเร็วกว่าดอกยางด้านนอก
4. ดอกยางสึกคล้ายขนนก สาเหตุหลักที่สำคัญนั้นเกิดจากการตั้งมุมโทผิด เช่น ถ้าปรับตั้งมุมล้อเป็นมุมโทอินมากเกินไป จะมีผลทำให้ยางเกิดการลื่นไถลออกและดึงให้ผิวหน้าสัมผัสของดอกยางกับพื้นถนนเข้าด้านใน ลักษณะการสึกของดอกยางจะมีรูปร่างคล้ายขนนกจากด้านในไปด้านนอก และในทางตรงกันข้าม ถ้ามุมล้อถูกปรับให้เป็นมุมโทเอ๊าต์มากเกินไป ดอกยางก็จะสึกคล้ายขนนกเช่นกัน โดยจะสึกวิ่นตามแนวขวางจากด้านนอกไปยังด้านใน
5. ดอกยางสึกเป็นคลื่น สาเหตุนั้นเกิดจากรถที่ใช้ดอกยางแบบลัก เช่น รถบัส ซึ่งเป็นผลมาจากการเบรค จึงทำให้ดอกยางมีรูปแบบที่คล้ายกับการสึกที่เกิดจากมุมโทเช่นกัน
6. การสึกของยางเป็นเบ้าคล้ายถ้วย ลักษณะการสึกของยางนั้นเกิดจากการที่รถวิ่งด้วยความเร็วสูงและลื่นไถลชั่วขณะ
7. การสึกของยางเป็นเบ้าตลอดทั้งเส้น สาเหตุนั้นเกิดจากการชำรุดของลูกปืนล้อ ลูกหมาก คันส่ง หรือมีระยะฟรีมากเกินไป จึงทำให้เกิดการลื่นไถลเป็นจุดๆ
8. การสึกของดอกยางเป็นแนวยาว สาเหตุเกิดจากการสึกของจานเบรคที่กระทำเป็นช่วงๆ จึงทำให้เกิดการสึกของยางเป็นแนวยาวกับพื้นที่สัมผัสของพื้นถนนในทิศทางแนวเส้นรอบวง การสึกหรอมีสาเหตุมาจากดรัมเบรคทำงานเป็นระยะๆ
9. การสึกของดอกยางเหมือนเส้นรองเท้า ลักษณะการสึกเหมือนเส้นรองเท้า จะพบมากกับดอกยางแบบบล็อคและแบบลัก สาเหตุนั้นมาจากการปรับตั้งมุมโทผิดและวิ่งบนถนนเรียบบ่อยครั้ง
10. ตัวถังรถสั่นเมื่อใช้ความเร็ว สาเหตุหลักของการสั่นที่ตัวถังนั้นเกิดจากยางรถทุกเส้นไม่สมดุลกันหรือบิดเบี้ยวมากกว่าค่าที่กำหนด อาการสั่นนี้จะเกิดขึ้นที่ระดับความเร็วตั้งแต่ 40 ถึง 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
11. พวงมาลัยเต้นหรือสะบัด สาเหตุหลักที่สำคัญนั้นเกิดจากยางทุกเส้นไม่สมดุลหรือจากสาเหตุอื่นซึ่งได้แก่ ก้านต่อบังคับเลี้ยวชำรุดและศูนย์ล้อผิด
ลักษณะของการเต้นหรือสะบัดของพวงมาลัยถูกจัดแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะด้วยกันคือ
* เกิดการสั่นตลอดเวลาตั้งแต่ความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจนถึงความเร็วที่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
* เกิดอาการที่เรียกว่า สะบัด ที่ความเร็วประมาณ 80 กิโลเมตรต่ิอชั่วโมง
แรงดันลมยาง ( Inflation Pressure )
ยางรถยนต์จะต้องสูบลมให้ได้แรงดันลมตามที่กำหนดไว้ แต่ถ้ายางอ่อนเกินไป จะทำให้แก้มยางมีความยืดหยุ่นมาก เกิดความร้อนสูง ดอกยางสึก สมรรถนะในการขับขี่จะไม่ปลอดภัย ดังนั้นแรงดันลมยางจึงต้องหมั่นตรวจสอบให้เป็นปกติ และปรับให้ได้ค่าตามที่กำหนด หรืออาจจำเป็นที่จะต้องเพิ่มหรือลดให้มีความแตกต่างจากแรงดันปกติก็ตาม
ด้วยเหตุนี้การเติมลมยางให้มีแรงดันที่แตกต่างจากค่าที่กำหนดจะมีผลต่อยางดังนี้ ในกรณีแรงดันลมยางมากเกินไป จะทำให้เกิดปัญหาดังนี้
- ความยากลำบากในการบังคับ
- ทำให้ดอกยางตรงกลางสึกหรอเร็วขึ้น
- ชั้นดอกยางจะแยกตัว ซึ่งเป็นผลมาจากอุณหภูมิความร้อนจากความฝืด
- ชั้นผ้าใบเกิดการเสียหาย
แรงดันลมยางต่ำเกินไปจะทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้ คือ
- ขอบของดอกยางจะสึกมากเกินไป
- การบังคับเลี้ยวยาก
- ที่ความเร็งสูงยางจะยืดหยุ่นมาก ทำให้มีอุณหภูมิความร้อนสูง เกิดคลื่นและระเบิด
- มีความฝืดสูง ทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้น
WWW.PCNFORKLIFT.COM
วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557
การปฏิบัติงานในคลังสินค้าด้วยความปลอดภัย
ท่าเทียบขนถ่ายสินค้า(Dock)
ท่าเทียบขนถ่ายสินค้าเป็นสถานที่ที่พลุกพล่านและแฝงด้วยอันตราย
การบาดเจ็บจำนวนมากเป็นผลมาจากรถยกตกจากท่าเทียบ หรือ สินค้าตกใส่คน เป็นต้น
ข้อควรปฏิบัติบนท่าเทียบขนถ่ายสินค้า
๐
การเคลื่อนย้ายน้ำหนักสินค้าขึ้นลงทางลาดชัน ควรให้น้ำหนัก
สินค้าอยู่ด้านที่สูงกว่า
สินค้าอยู่ด้านที่สูงกว่า
๐
งาของรถยกที่ไม่มีน้ำหนักบรรทุกต้องอยู่ในตำแหน่งทิ่มลงเสมอ
๐
ใช้หมอนหนุนรองล้อรถลากพัลเลทที่จอดเสียบนท่าเทียบหรือที่ลาดชันเสมอ
๐
ติดป้ายเตือนไว้ที่คันบังคับรถให้ผู้อื่นรู้ว่ารถมีปัญหา
๐
ถอดกุญแจออกจากรถเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นนำรถไปใช้
การใช้งานรถลากที่บังคับด้วยมือ(Hand
Truck)
กิจกรรมในคลังสินค้าประกอบไปด้วยการเคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์สินค้า
เครื่องมืออุปกรณ์ และวัตถุดิบ มากมาย
พนักงานต้องใช้รถลากที่บังคับด้วยมืออย่างระมัดระวังเพื่อป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นกับตนเอง
ผู้อื่น และสินค้าที่เคลื่อนย้าย
ข้อควรปฏิบัติในการขึ้นของ ลงของ
และเคลื่อนย้ายสิ่งของ
ค่อยๆเสียบงาของรถลากเข้าไปด้านล่างของสินค้าให้ได้ตำแหน่งที่
เหมาะสมก่อนจึงดันงาเข้าไปจนสุด
เหมาะสมก่อนจึงดันงาเข้าไปจนสุด
๐
ให้คนช่วยกำกับทาง
เมื่อต้องขนย้ายสินค้าขนาดใหญ่จนบดบังทิศทางที่
ต้องการเคลื่อนย้าย
ต้องการเคลื่อนย้าย
๐
รักษาจุดศูนย์ถ่วงน้ำหนักบรรทุกไว้ให้อยู่ในตำแหน่งที่ต่ำที่สุด
ด้วยการจัด
วางน้ำหนักบรรทุกที่หนักกว่าไว้ด้านล่างเสมอ
วางน้ำหนักบรรทุกที่หนักกว่าไว้ด้านล่างเสมอ
๐
ให้น้ำหนักแรงผลักไปที่สิ่งของที่บรรทุกเพื่อถ่ายแรงผลักไปที่เพลาล้อ
แทนที่
จะถ่ายผ่านมือบังคับของรถ
จะถ่ายผ่านมือบังคับของรถ
ข้อควรปฏิบัติในการใช้งานแม่แรงยกลากพาเลท
เฉพาะผู้ที่ได้รับหมอบหมายเท่านั้นสามารถใช้งานแม่แรงยกลากพัลเลทได้
๐
ไม่บรรทุกน้ำหนักเกินพิกัดกำหนด
ดูได้จากแผ่นบอกพิกัดน้ำหนักบรรทุกที่
ติดไว้กับแม่แรง
ติดไว้กับแม่แรง
๐
เริ่มเคลื่อนย้ายและหยุดรถแม่แรงอย่างช้าๆเพื่อป้องกันของที่บรรทุกเลื่อนล้ม
๐
การใช้งานปกติใช้การดึงรถแม่แรงเสมอ จะใช้วิธีดันรถในกรณีของการ
เคลื่อนย้ายลงเนิน หรือเคลื่อนผ่านช่องผนังที่แคบ หรือมีสิ่งกีดขวาง
เคลื่อนย้ายลงเนิน หรือเคลื่อนผ่านช่องผนังที่แคบ หรือมีสิ่งกีดขวาง
๐
ให้คนช่วยกำกับทางถ้าไม่สามารถเห็นทางได้ชัดเจน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

