แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อะไหล่รถโฟล์คลิฟท์ ระยอง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อะไหล่รถโฟล์คลิฟท์ ระยอง แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับแบตเตอรี่รถยกไฟฟ้า

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับแบตเตอรี่รถยกไฟฟ้า  

ความหมาย  battery forklift

Batteries เป็นแหล่งสะสมพลังงานไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงปฏิกริยาทางเคมี  พลังงานไฟฟ้าที่สะสมไว้ได้นี้เป็นพลังงานไฟฟ้าชนิดกระแสตรง (Direct Current)

  1. ส่วนประกอบ (กรณีแบตเตอรี่ตะกั่วกรด หรือ Lead Acid Battery)
1.1     แผ่นธาตุบวก ทำด้วยตะกั่วไดออกไซด์ (Pb2)  มีหลายชนิด เช่น
*        แผ่นเรียบ
*        แผ่นหลอด
ซึ่งแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป
1.2     แผ่นธาตุลบ  ทำด้วยตะกั่วบริสุทธิ์ (Pb) ส่วนใหญ่เป็นแผ่นเรียบ
1.3     แผ่นกั้น (Separator) ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้แผ่นธาตุบวกและลบสัมผัส ลัดวงจรกัน คุณสมบัติของแผ่นกั้นที่ดีต้องยอมให้โมเลกุลของน้ำกรดผ่านได้สะดวก แต่ต้องไม่ยอมให้ประจุไฟฟ้าไหลผ่านได้ มีหลายชนิด เช่น
*        ไมโคร โพรัสรัมเบอร์
*        PVC
*        กระดาษเซลลูโลส
1.4     น้ำยาอีเล็คโตรไลท์ (Electrolyte) คือสารละลายที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเคมี ในที่นี้จะเป็นสารละลายกรดกำมะถัน (Sulphuric Acid) หรือเรียกกันสั้นๆว่า “น้ำกรด”
1.5      เปลือกเซลแบตเตอรี่ (Cell Jar) ทำหน้าที่ประจุส่วนประกอบต่าง ๆ  กรุ๊ปแผ่นธาตุและน้ำกรดไว้ภายใน มีหลายชนิด เช่น
*        เปลือกยางสีดำ (Hard Rubber)
*        เปลือกพลาสติกขุ่น หรือสีดำ (Polypropolyne - PP)
1.6     ฝาปิดเซลแบตเตอรี่ (Cell Lid) ทำหน้าที่ปกปิดไม่ให้เศษวัสดุหรือสารที่ไม่ต้องการตกลงภายในเซลแบตเตอรี่ ส่วนมากทำมาจากวัสดุชนิดเดียวกับเปลือกเซลแบตเตอรี่
1.7     นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์อื่น ๆ ประกอบด้วย
*        ขั้ว (Therminal Post)
*        ยางอัดขั้ว (Rubber Grommet)
*        ขารองกรุ๊ปแผ่นภายในเซล (Prism)
*        จุกปิดฝา (Vent Plug)
*        สะพานไฟ (Intercell Connector)

  1. การทำงานของแบตเตอรี่ชนิดน้ำกรด (Lead Acid Battery)
ค่าความต่างศักย์ระหว่างขั้วบวกและขั้วลบ = 2.1 Volts

          เมื่อแบตเตอรี่ประจุไฟฟ้าเต็ม (Charged) จะมีแรงดันต่อเซลเท่ากับ  2.1 Volts  (แต่โดยทั่วไปมักจะพูดกันที่ค่าแรงดันต่อเซลเท่ากับ  2 Volts)  และค่าความถ่วงจำเพาะ หรือ ถ.พ. ของน้ำกรดจะสูงขึ้นจนได้ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ เช่น 1.270 เป็นต้น
          ต่อมาเมื่อแบตเตอรี่ถูกนำมาใช้งาน (Discharged) อนุมูลซัลเฟตจะแยกตัวและถูกดูดซับเข้าไปในแผ่นธาตุบวกและแผ่นธาตุลบ  ทำให้ความเข้มข้นและ ถ.พ.ของน้ำกรดลดต่ำลงจนมีค่าใกล้ 1.150 ซึ่งจะทำให้ค่าแรงดันของแบตเตอรี่ลดตามลงไปด้วย เมื่อนำแบตเตอรี่กลับมาประจุไฟใหม่ (Recharge) เครื่องประจุไฟฟ้า (Charger) จะจ่ายกระแสไฟคืนเข้าไปยังตัวแบตเตอรี่เพื่อขับไล่อนุมูลซัลเฟตที่อยู่ในแผ่นธาตุบวกและแผ่นธาตุลบให้กลับมาผสมกับน้ำทำให้ ถ.พ. และแรงดันของแบตเตอรี่เพิ่มกลับขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง

  1. หน้าที่ของแบตเตอรี่เมื่อนำมาใช้งานกับรถยกไฟฟ้า
*        ให้กำลังไฟฟ้ากับมอเตอร์ปั้มไฮโดรลิค
*        ให้กำลังไฟฟ้ากับมอเตอร์ขับเคลื่อน
*        ให้กำลังไฟฟ้ากับมอเตอร์พวงมาลัย
*        ให้กำลังไฟฟ้ากับระบบแสงสว่าง , สัญญาณต่างๆ และระบบควบคุม (ควรใช้DC To Dc converter)
*        เป็นน้ำหนักถ่วงในขณะยกของ(Counterbalance)

  1. อายุของแบตเตอรี่
โดยปกติอายุของแบตเตอรี่จะกำหนดเป็นจำนวน Cycles
*       แบตเตอรี่ชนิดแผ่นหลอด    =  1200 - 1500 Cycles
*       แบตเตอรี่ชนิดเรียบ            =  700 - 800 Cycles
                                      (Discharged 80% and Recharge 8 – 12 Hr )
1 Cycles  หมายถึง การใช้งาน (Discharge) 1 ครั้ง และประจุไฟกลับคืน(Recharge) 1 ครั้ง

ข้อเสนอแนะในการใช้แบตเตอรี่  เพื่อการบำรุงรักษา

สิ่งที่ควรปฏิบัติ
1.    ตรวจเช็คระดับของน้ำกลั่นให้อยู่ในระดับอยู่เสมอ
2.    ใช้น้ำกลั่นบริสุทธิ์เท่านั้น เติมลงในแบตเตอรี่
3.    บำรุงรักษาแบตเตอรี่ให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของกระแสไฟฟ้า
4.    สวมถุงมือและแว่นตา เพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
5.    ให้รีบประจุไฟให้กับแบตเตอรี่ทันทีเมื่อใช้งานแบตเตอรี่เสร็จแล้ว
6.    เปิดจุกปิดฝา ในขณะที่ประจุไฟ เพื่อระบายความร้อนและแก๊สได้ดียิ่งขึ้น
7.    ประจุไฟให้เต็มทุกครั้ง ก่อนนำไปใช้งาน (ถ.พ 1.270-1.280)
8.    เมื่อประจุไฟเต็มแล้วก่อนนำออกใช้ควรทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีเพื่อให้อุณหภูมิลดลงก่อน
9.    ปิดฝาครอบขั้วแบตเตอรี่ให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันการลัดวงจร
10. ตรวจเช็คอุปกรณ์ของแบตเตอรี่อยู่เสมอ หากชำรุดควรแก้ไขหรือแจ้งให้ผู้รับผิดชอบทราบ


สิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติ
1.    ใช้แบตเตอรี่เกินอัตราที่กำหนด ถ.พ ต่ำกว่า 1.150
2.    ประจุไฟเกิน (Over Charger) อัตราที่กำหนด
3.    เติมน้ำกลั่นน้อยหรือมากเกินไป
4.    ใช้เครื่องมือที่เป็นโลหะโดยไม่มีฉนวนหุ้ม
5.    สูบบุหรี่ หรือทำให้เกิดประกายไฟใดๆ ใกล้แบตเตอรี่
6.    เปลี่ยนหรือเคลื่อนย้ายแบตเตอรี่โดยไม่ระมัดระวังอาจเกิดอันตรายกับผู้ปฏิบัติงานหรือตัวแบตเตอรี่ได้
WWW.PCNFORKLIFT.COM



วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ซ่อมรถกอล์ฟไฟฟ้า YAMAHA 72V

วันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

RFID Enabled Forklift System


รถยกอัจฉริยะติดตั้งระบบอาร์เอฟไอดี
ในที่สุดระบบอาร์เอฟไอดีเคลื่อนที่ซึ่งสามารถให้ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งแบบ ณ เวลาจริง และความสามารถในด้านการติดตามข้อมูลในสภาพแวดล้อมจริงของคลังสินค้าก็เกิดขึ้นแล้ว ภายใต้วิสัยทัศน์ร่วมกันของบริษัท ซิสโก้ ซิสเต็มส์ บริษัท เรดแพรรี (RedPrairie) บริษัท อินเตอร์เมค อิงค์. และบริษัท     แคสเคด (Cascade) คอร์ป. ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยกรายใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยการสร้างรถยกเป็นต้นแบบสำคัญของการแสดงความสามารถของอาร์เอฟไอดีในการะบุตำแหน่งที่ตั้งแบบ ณ เวลาจริงได้อย่างถูกต้องและพร้อมใช้งานในอุปกรณ์แห่งอนาคตนี้
รถยกคันนี้ประกอบด้วยชุดอุปกรณ์ Wireless Location Appliance ของบริษัท ซิสโก้ และซอฟต์แวร์ Mobile Resource Management ในมาตรฐานแบบเปิดของบริษัท เรดแพรรี ผสานกับระบบอ่านอาร์เอฟไอดีสำหรับรถยกที่พัฒนาโดยบริษัท อินเตอร์เมค และบริษัท แคสเคด ด้วยระบบที่สมบูรณ์     ผู้ขับรถยกสามารถอ่านและเข้ารหัสป้าย (tag) อาร์เอฟไอดีได้อย่างสะดวก โดยไม่ต้องลงจากรถก่อน และผู้จัดการจะได้รับข้อมูลในเวลาจริงเกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งและการทำงานของรถยกที่สามารถนำข้อมูลที่ได้นั้นมาใช้จัดการแรงงานและสินทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
การผสานร่วมกันของ Unified Wireless Network ซึ่งเป็นบริการเครือข่ายไร้สายของบริษัท ซิสโก้ และ Wireless Location Appliance จะทำให้ผู้ใช้สามารถติดตามตำแหน่งของอุปกรณ์ต่างๆ ภายในเครือข่ายไร้สาย 802.11 ได้อย่างทั่วถึง ขณะที่ซอฟต์แวร์ของบริษัท เรดแพรรี จะช่วยระบุตำแหน่งของรถยกที่ติดตั้งอาร์เอฟไอดี รายงานการเคลื่อนที่ ตรวจสอบเวลาที่อยู่ และเก็บข้อมูลอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อความปลอดภัย ตรวจสอบประสิทธิภาพของพนักงาน พร้อมทั้งแอพพลิเคชั่นดูแลรักษาและจัดการสินทรัพย์
ซอฟต์แวร์ Mobile Resource Management ของบริษัท เรดแพรรี ที่ผสานเข้ากับ Wireless Location Appliance จะก่อให้เกิดการประมวลผลข้อมูลขั้นสูงและความสามารถในด้านส่วนการเชื่อมต่อ (อินเทอร์เฟซ) ที่ ทำให้ใช้งานร่วมกับระบบซอฟต์แวร์ที่มีอยู่เดิม ได้แก่ แอพพลิเคชั่นบริหารจัดการคลังสินค้า บริหารจัดการพื้นที่คลังสินค้า วางแผนแรงงาน และบริหารจัดการสินทรัพย์ ซอฟต์แวร์ดังกล่าวจะให้ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับขั้นตอนการทำงาน การจัดการประสิทธิภาพกำลังคน และการใช้สินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ระบบที่สมบูรณ์ดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ขับรถยกที่ต้องใช้เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดีร่วมด้วยนั้น สามารถทำงานได้อย่างสะดวกสบาย และยังให้ข้อมูลด้านการจัดการที่สามารถปรับใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยส่วนต่างๆ ของระบบได้รวมเอาลักษณะเฉพาะที่สามารถเอาชนะข้อจำกัดทางกายภาพและไร้สายในสภาพแวดล้อมจริงของคลังสินค้าหรือโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ได้
รถยกของกลุ่มความร่วมมือนี้ได้ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ไว้ด้านหน้าคนขับ ในตำแหน่งที่มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด ขณะที่ส่วนควบคุมอาร์เอฟไอดีก็เข้าถึงได้อย่างง่ายดาย สามารถติดตามตำแหน่งได้ ณ เวลาจริง และยังมีไฟแอลอีดีนำทางเพื่อระบุเส้นทางที่เหมาะสม ตลอดจนเครื่องอ่านอาร์เอฟไอดีที่ถูกปรับให้ใช้งานง่ายขึ้น รถยกอัจฉริยะคันนี้ออกแบบมาให้สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมจริงของคลังสินค้าปัจจุบัน นอกจากนี้ยังผสานระบบจัดการเคเบิล สแกนไร้สายรุ่นใหม่ และกล้องในตัวสำหรับช่วยงานด้านเอกสารของสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย
WWW.PCNFORKLIFT.COM

วันศุกร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2557

หม้อต้มแก๊ส รถโฟล์คลิฟท์ toyota nissan hyster komatsu ทุกยี่ห้อ





หลักการทำงานของหม้อต้มแก๊ส


หม้อต้มแก๊สหรือ Reducer ทำหน้าที่เปลี่ยนสถานะของแก๊สซึ่งปกติแล้วเวลามันอยู่
ในถังแก๊สจะเป็นของเหลว (เหมือนที่เห็นในไฟแช็คอ่ะ เป็นอย่างนั้น)ให้กลายเป็นไอ
(แก๊สจะกลายเป็นไอได้ต้องลดแรงดันลง) โดยแก๊สจากถังจะต้องผ่านหม้อต้มแก๊ส
เพื่อเปลี่ยนสถานะให้เป็นไอและส่งต่อเข้าไปยังเครื่องยนต์ ที่นี้การเปลี่ยนสถานะของ
แก๊สให้กลายเป็นไอก็ต้องใช้พลังงานมาช่วยก็คือพลังงานความร้อนจากระบบระบาย
ความร้อนของรถยนต์คือน้ำจากหม้อน้ำนั่นเองจะช่วยให้แก๊สเปลียนสถานะได้เร็วขึ้น

หม้อต้มแก๊ส LPG ก็จะมีอยู่ 2 ระบบ
1. หม้อต้มแก๊สระบบดูด หม้อต้มระบบนี้จะไม่มีแรงดันให้แก๊สออกครับ จะต้องอาศัยแรง
ดูดจากเครื่องยนต์เท่านั้นถึงจะมีแก๊สออกไป
2. หม้อต้มแก๊สระบบแก๊สหัวฉีด หม้อต้มแบบนี้จะมีแรงดันประมาณสัก 2 บาร์ได้
เพื่อส่งแก๊สไปที่หัวฉีดและจ่ายแก๊สออกไปเมื่อหัวฉีดเปิดครับ
 มาว่ากันถึงเสป็ค หม้อต้มแก๊ส 
ปกติแล้วหม้อต้มแก๊ส จะมีเสป็คบอกไว้ว่ารองรับเครื่องได้กี่แรงม้าไม่ใช่ว่าใส่แล้ว
จะมีแรงม้าตามที่ระบุเหมือนที่หลายคนเข้าใจ ซึ่งนั่นหมายถึงเข้าใจผิดครับ เช่น
เครื่องยนต์มีแรงม้า 100 แรงม้า ถ้าติดหม้อต้ม 200 แรงม้า เครื่องก็มี 100 แรงม้าเท่า
เดิม (ก็ม้าที่มีมาจากโรงงานมันแค่ 100 ตัวนี่)
แต่ถ้าหากเครื่องยนต์ 100 แรงม้า ติดหม้อต้มที่มีกำลังจ่ายแค่ 80 แรงม้า อย่างนี้มี
ปัญหาครับเวลาใช้แก๊สจะเร่งไม่ค่อยออกครับเพราะแก๊สไม่พอเลี้ยงม้า 100 ตัวของ
เครื่องยนต์ครับ อย่างน้อยเครื่องยนต์มี 100 แรงม้า หม้อต้มแก๊สก็ควรจะรองรับ
ได้สัก 100 แรงม้าหรือให้ดีเผื่อสักนิดเป็น 120 แรงม้าไรทำนองนี้ก็ได้ครับ จะได้ไม่มี
ปัญหาแก๊สจ่ายไม่พอเวลาเร่งรอบสูงๆหรือต้องการกำลังฉุดลากมากๆ ครับ

ปกติทั่วไปมันไม่เป็นไรก็ไม่มีใครจะไปรื้อมันหรอกครับ
งั้นหาเหตุที่จะรื้อดีกว่า
1. กินแก๊สมากผิดปรกติ
2. จูนไม่จบสักทีเปลี่ยนหัวฉีดแล้วด้วย
3. สตาร์ทยากเปลี่ยนหรือเช็คหัวฉีดแล้วด้วยเหมือนกัน
4. เร่งไม่ขึ้น อืดผิดปรกติ
5. น้ำในหม้อน้ำหายหรือมีคราบน้ำที่หม้อต้ม
เมื่อนับได้ 5 ข้อแล้ว ก็มารื้อเปลี่ยนชุดซ่อมกันดีกว่าครับ 555
จะอธิบายจุดต่างๆไปด้วยครับ แบบง่ายๆก็แล้วกัน

WWW.PCNFORKLIFT.COM

วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2557

FORKLIFT OPERATOR MANUAL


น้ำมันหล่อลื่นเสื่อมสภาพได้อย่างไร?


น้ำมันหล่อลื่นเสื่อมสภาพได้อย่างไร?

น้ำมันหล่อลื่นแต่ละชนิดถูกออกแบและผลิตมาให้เหมาะสมกับงานแต่ละชนิด ซึ่งประกอบไป
ด้วยการนําน้ำมันพื้นฐานที่มีความหนืดเหมาะสมมาเติมสารเพิ่มคุณภาพ เพื่อให้มีคุณสมบัติพิเศษเหมาะสมกับการใช้งานเช่น สารต้านทานปฏิกิริยาออกซิเดชั่น สารป้องกันการสึกหรอ สารป้องกันสนิม สารรับแรงกดสูง เป็นต้น ซึ่งเมื่อมีการใช้งานน้ำมันไปแล้ว คุณภาพต่างๆของน้ำมันจะลดลงจนไม่เหมาะกับการใช้งานโดยการเกิดการเสื่อมสภาพมีจากหลายสาเหตุดังนี้
1. การเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นของน้ำมันหล่อลื่น ตามปกติน้ำมันจะมีการเติมสารเพิ่มคุณภาพป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นอยู่แล้ว หากสารนี้ถูกใช้หมดไป หรือเสื่อมสภาพ น้ำมันหล่อลื่นก็จะทําปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศได้ เมื่อน้ำมันมีการทําปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ จะเกิดเป็นสารประเภทกรดและคราบยางเหนียว ปฏิกิริยานี้จะเกิดได้เร็วถ้าอุณหภูมิสูง น้ำมันหล่อลื่นจะเสื่อมสภาพ เกิดความเป็นกรด ความหนืดเพิ่ม ถ้าความเป็นกรดมีสูง จะทําให้เนื้อน้ำมันเสื่อมสภาพเร็วขึ้น เกิดยางเหนียวเกาะตามร่องรูทางผ่านของน้ำมันหล่อลื่น และในที่สุดอาจเกิดการกัดกร่อนเนื้อโลหะในเครื่องจักร
2. สารเพิ่มคุณภาพถูกใช้หมดไปหรือเสื่อมสภาพ เมื่อมีการใช้น้ำมันหล่อลื่นเป็นระยะเวลานานสารเพิ่มคุณภาพจะถูกใช้หมดไปหรือเสื่อมสภาพ หรืออาจจะมีการเปลี่ยนเป็นสารอื่นที่ไม่ช่วยเพิ่มคุณภาพนั้นอีกต่อไป ทําให้น้ำมันหล่อลื่นไม่มีคุณสมบัติดีพอที่จะทํางานได้ดีอีกต่อไป
3. มีสิ่งสกปรกจากภายนอกเข้าไปปนเปื้อนอยู่ในระบบ สารปนเปื้อนที่เมื่อเข้าไปปะปนกับ
ระบบ อาจทําให้เกิดความเสื่อมสภาพของน้ำมันหล่อลื่นเช่น น้ำ เมื่อมีการปนเปื้อนเข้าไปของน้ำ อนุภาคของน้ำจะเข้าไปแทรกตัวในเนื้อน้ำมัน ทําให้น้ำมันหล่อลื่นมีลักษณะขาว ขุ่น ความหนืดจะเปลี่ยนไป ทําให้ไม่เหมาะสมที่จะใช้งานได้อีกต่อไป เศษโลหะ เมื่อมีเศษโลหะเป็นปริมาณมากในเนื้อน้ำมัน เศษโลหะจะไปขูดกับผิวโลหะของเครื่องจักร ทําให้เกิดการสึกหรอของเครื่องจักรเกิดขึ้น น้ำมันเชื้อเพลิง เมื่อมีน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปปนเปื้อนในน้ำมันหล่อลื่น จะทําให้จุดวาปไฟของน้ำมันหล่อลื่นลดลง ทําให้อาจเกิดอันตรายได้ รวมถึงความหนืดของน้ำมันหล้อลื่นก็จะลดลงด้วย

WWW.PCNFORKLIFT.COM

วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2557

วันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2557

ปัญหาการสึกหรอของยาง



ปัญหาการสึกหรอของยาง


            ยางรถเป็นส่วนหนึ่งของระบบส่งกำลัง  ระบบบังคับเลี้ยว และระบบรองรับ  ซึ่งจากหน้าที่ที่มีส่วนร่วมที่สำคัญนี้จึงต้องรักษายางให้คงสภาพที่ดีอยู่เสมอ  เพราะฉะนั้นในการวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นกับยางในขั้นแรกนั้นจะต้องตรวจสอบสภาพของยางว่ามีการใช้งานที่ถูกต้องและบำรุงรักษาตามระยะเวลาที่กำหนดไว้หรือไม่เสียก่อน
  ดังนั้นการสึกหรอของยางที่ผิดปกติจึงเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้
1. ยางสึกบริเวณไหล่ยางหรือตรงกลาง  สาเหตุหลักที่สำคัญนั้นเกิดจากการบกพร่องในการรักษาแรงดันลมยางให้ได้ตามค่าที่กำหนดไว้  ดังนั้นการเติมแรงดันลมยางให้อ่อนเกินไปจะทำให้บริเวณส่วนกลางของยางเว้าเข้าน้ำหนักของรถจะตกบริเวณไหล่ยาง  จึงเป็นสาเหตุให้บริเวณไหล่ยางทั้งสองข้างนั้นสึกเร็วกว่าบริเวณตรงกลาง
     แต่ในทางตรงกันข้าม  ถ้าเติมลมยางให้มากกว่าค่าที่กำหนดไว้  ผลที่ตามมานั้นจะทำให้บริเวณส่วนกลางของยางสึกหรอเร็วกว่าบริเวณไหล่ยางทั้งสองข้าง
2. ยางสึกจากการเลี้ยว  สภาพการสึกของดอกยางจะมีลักษณะทแยงมุม เป็นสาเหตุที่เกิดจากผู้ขับขี่นั้นเลี้ยวโค้งด้วยความเร็วที่สูงมาก  วิธีแก้ไขก็คือ ผู้ขับขี่ควรลดความเร็วลงในขณะที่เลี้ยวเข้าโค้ง
3. ดอกยางสึกเพียงด้านเดียว สาเหตุหลักนั้นเกิดจากมุมแคมเบอร์ผิด ทำให้พื้นที่สัมผัมถนนของยางต่างกันตามน้ำหนักที่กดลง  เช่น ถ้ายางมีมุมแคมเบอร์บวก  ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางด้านนอกสั้นกว่าด้านในเป็นสาเหตุให้บริเวณพื้นดอกยางด้านนอกนั้นเกิดการลื่นไถลไปบนพื้นถนนทำให้ดอกยางด้านนอกสึกเร็วกว่าดอกยางด้านใน  ในทางตรงกันข้าม  ถ้าเป็นมุมแคมเบอร์ลบ  ก็จะทำให้ดอกยางด้านในนั้นสึกเร็วกว่าดอกยางด้านนอก
4. ดอกยางสึกคล้ายขนนก  สาเหตุหลักที่สำคัญนั้นเกิดจากการตั้งมุมโทผิด  เช่น ถ้าปรับตั้งมุมล้อเป็นมุมโทอินมากเกินไป  จะมีผลทำให้ยางเกิดการลื่นไถลออกและดึงให้ผิวหน้าสัมผัสของดอกยางกับพื้นถนนเข้าด้านใน ลักษณะการสึกของดอกยางจะมีรูปร่างคล้ายขนนกจากด้านในไปด้านนอก  และในทางตรงกันข้าม ถ้ามุมล้อถูกปรับให้เป็นมุมโทเอ๊าต์มากเกินไป ดอกยางก็จะสึกคล้ายขนนกเช่นกัน โดยจะสึกวิ่นตามแนวขวางจากด้านนอกไปยังด้านใน
5. ดอกยางสึกเป็นคลื่น  สาเหตุนั้นเกิดจากรถที่ใช้ดอกยางแบบลัก เช่น รถบัส ซึ่งเป็นผลมาจากการเบรค จึงทำให้ดอกยางมีรูปแบบที่คล้ายกับการสึกที่เกิดจากมุมโทเช่นกัน
6. การสึกของยางเป็นเบ้าคล้ายถ้วย  ลักษณะการสึกของยางนั้นเกิดจากการที่รถวิ่งด้วยความเร็วสูงและลื่นไถลชั่วขณะ
7. การสึกของยางเป็นเบ้าตลอดทั้งเส้น  สาเหตุนั้นเกิดจากการชำรุดของลูกปืนล้อ  ลูกหมาก  คันส่ง หรือมีระยะฟรีมากเกินไป จึงทำให้เกิดการลื่นไถลเป็นจุดๆ
8. การสึกของดอกยางเป็นแนวยาว  สาเหตุเกิดจากการสึกของจานเบรคที่กระทำเป็นช่วงๆ จึงทำให้เกิดการสึกของยางเป็นแนวยาวกับพื้นที่สัมผัสของพื้นถนนในทิศทางแนวเส้นรอบวง การสึกหรอมีสาเหตุมาจากดรัมเบรคทำงานเป็นระยะๆ
9. การสึกของดอกยางเหมือนเส้นรองเท้า  ลักษณะการสึกเหมือนเส้นรองเท้า จะพบมากกับดอกยางแบบบล็อคและแบบลัก  สาเหตุนั้นมาจากการปรับตั้งมุมโทผิดและวิ่งบนถนนเรียบบ่อยครั้ง
10. ตัวถังรถสั่นเมื่อใช้ความเร็ว  สาเหตุหลักของการสั่นที่ตัวถังนั้นเกิดจากยางรถทุกเส้นไม่สมดุลกันหรือบิดเบี้ยวมากกว่าค่าที่กำหนด  อาการสั่นนี้จะเกิดขึ้นที่ระดับความเร็วตั้งแต่ 40 ถึง 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
11. พวงมาลัยเต้นหรือสะบัด  สาเหตุหลักที่สำคัญนั้นเกิดจากยางทุกเส้นไม่สมดุลหรือจากสาเหตุอื่นซึ่งได้แก่  ก้านต่อบังคับเลี้ยวชำรุดและศูนย์ล้อผิด
    ลักษณะของการเต้นหรือสะบัดของพวงมาลัยถูกจัดแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะด้วยกันคือ
*  เกิดการสั่นตลอดเวลาตั้งแต่ความเร็วประมาณ  20 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจนถึงความเร็วที่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
* เกิดอาการที่เรียกว่า  สะบัด  ที่ความเร็วประมาณ 80 กิโลเมตรต่ิอชั่วโมง
                           แรงดันลมยาง  ( Inflation  Pressure ) 
             ยางรถยนต์จะต้องสูบลมให้ได้แรงดันลมตามที่กำหนดไว้  แต่ถ้ายางอ่อนเกินไป จะทำให้แก้มยางมีความยืดหยุ่นมาก  เกิดความร้อนสูง  ดอกยางสึก สมรรถนะในการขับขี่จะไม่ปลอดภัย  ดังนั้นแรงดันลมยางจึงต้องหมั่นตรวจสอบให้เป็นปกติ  และปรับให้ได้ค่าตามที่กำหนด  หรืออาจจำเป็นที่จะต้องเพิ่มหรือลดให้มีความแตกต่างจากแรงดันปกติก็ตาม
       ด้วยเหตุนี้การเติมลมยางให้มีแรงดันที่แตกต่างจากค่าที่กำหนดจะมีผลต่อยางดังนี้ ในกรณีแรงดันลมยางมากเกินไป  จะทำให้เกิดปัญหาดังนี้
- ความยากลำบากในการบังคับ
- ทำให้ดอกยางตรงกลางสึกหรอเร็วขึ้น
- ชั้นดอกยางจะแยกตัว  ซึ่งเป็นผลมาจากอุณหภูมิความร้อนจากความฝืด
- ชั้นผ้าใบเกิดการเสียหาย
    แรงดันลมยางต่ำเกินไปจะทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้  คือ
- ขอบของดอกยางจะสึกมากเกินไป
- การบังคับเลี้ยวยาก
- ที่ความเร็งสูงยางจะยืดหยุ่นมาก  ทำให้มีอุณหภูมิความร้อนสูง เกิดคลื่นและระเบิด
- มีความฝืดสูง  ทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้น
WWW.PCNFORKLIFT.COM

Mobile Scissor Lift & Tilt Tables



WWW.PCNFORKLIFT.COM

spare parts forklift

Transmission parts

Cable, clutch ; 
CABLE,ENGAGE ; 
CASE SUB-ASSY,OIL PUMP ; 
COVER ASSY,CONTROL VALVE SMALL UPPER ; 
cover, input shaft ; 
FLEX PLATE ; 
GEAR,IDLER ; 
GEAR,INPUT ; 
INSULATOR MOUNTING ; 
JOINT ASSY,UNIVERSAL ; 
OIL Pump ; 
regulating stem ; 
RING GEAR ; 
SHAFT ,INPUT ; 
SHAFT,COUNTER ; 
SHAFT,IDLER ; 
SOLENOID VALVE ; 
SPIDER SET,UNIVERSAL ; 
STRAINER ; 
STRAINER SUB-ASSY,OIL ; 
SYCHRO NIZER ASS`Y ; 
Torque Converter ; 
TORQUE CONVERTOR HEAD ; 
Transmission Kit ; 
Transmission Repair Kits ; 
VALVE ASSY,CONTROL,W/REGULATOR ; 

brake and clutch parts


BOOSTER O/H KIT,CLUTCH ;
BRAKE ASSY,WHEEL ;
BRAKE ASSY,WHEEL REPAIR KITS ;
Brake booster ;
Brake Cable ;
BRAKE PADS ;
Brake Shoe ;
CABLE ASSY,PARKING ;
CLUTCH DISC ;
Clutch Master ;
Clutch O/H KIT ,MASTER ;
Clutch O/H KIT,RELEASE ;
COVER ASSY-CLUTCH ;
CYLINDER ASSY,CLUTCH RELEASE ;
CYLINDER O/H KIT,MASTER ;
CYLINDER O/H KIT,WHEEL ;
Housing Clutch ;
Master Cylinder ;
PLATE,CLUTCH ;
SCREW SUB-ASSY,ADJUSTING ;
SCREW SUB-ASSY,ADJUSTING,RH ;
SPRING,TORSION ;
Wheel Cylinder ;

Electrical/Manual lift truck

Bush ;
Loading Wheel 
Manual forklift 
MANUAL PALLET TRUCKS PU BIG WHEEL 
MANUAL PALLET TRUCKS PU Small WHEEL 
Shaft ;
Solenoid Switch 

Electrical parts


ACTUATOR ;
ALTERINATOR ;
BACKUP ALARMS ;
Battery ;
BREAK LIGHT SWITCH ;
Brush ;
Bulb ;
CABLE,SPARK PLUG ;
CHARGER ;
COMBINATION SWITCH ;
CONNECTOR ;
CONTACT SUB-ASSY ;
CONTACTOR ASSY ;
CONTROLLER ASSY ;
DISTRIBUTOR ;
DISTRIBUTOR CAP ;
DRIVE MOTOR ;
ELECTRIC CABLE ;
ELECTRONIC CARDS ;
EMERGENCY DISCONNECT SWITCH ;
Fuse ;
GLOW PLUG ;
Head Light Switch ;
Horn ;
HORN BUTTON ;
Ignition ;
INDICATOR SWITCH ;
LAMP ASSY,HEAD ;
LAMP ASSY,REAR ;
LAMP WARNING ;
LAMP,COMBINATION FR Head ;
MICRO SWITCH ;
MODULE ;
MOTOR ASSY,POWER STEERING ;
POTENTIOMETER ;
ROTOR ;
SENSOR ;
SENSOR ASSY, TORQUE ;
SPARK PLUGS ;
Starter ;
SWITCH ASSY,IGNITION STARTER ;
SWITCH FORWARD/REVERSE ;
SWITCH,BACKUP ;
Traction battery ;
WATER TEMP SENDER ;

engine parts

AIR FILTER ;
BEARING SET,CAMSHAFT ;
BEARING SET,CONNECTING ROD ;
BEARING SET,MAIN ;
BEARING SET,MAIN ;
Belt ;
BUSHING,CONNECTING ROD ;
CAMSHAFT ;
CAP SUB-ASSY,FUEL ;
CARBURETOR ;
connecting rod ;
COVER,THERMOSTAT ;
Crankshaft ;
cylinder block ;
Cylinder Head ;
Diesel oil pump Solenoid ;
diesel pump ;
Engine ;
ENGINE MOUNT ;
FAN ;
Fan Belt ;
Fan Cooling ;
FILTER FUEL ;
Flywheel ;
Fuel Filter ;
Fuel Injector ;
FUEL PUMP ;
GEAR,IDLE (FOR CAMSHAFT) ;
HEAD GASKET ;
HOSE,WATER BYPASS ;
HOUSING-FLYWHEEL ;
Injection Nozzle ;
Liner ;
LINER KIT ;
LOCK VALVE ;
OIL COOLER STD ;
OIL FILTER ;
Oil Pump ;
OULET VALVE ;
PIPE,WATER OUTLET ;
Piston ;
Piston Ring ;
PLATE,THRUST ;
PULLEY,CRANKSHAFT ;
PUMP HEAD ;
RADIATOR ;
RADIATOR CAP ;
REGULATOR ASSY,LPG ;
Repair Kit OVERHAUL ;
Ring Gear ;
ROD,PUSH ;
SEAL VALVE ;
SHAFT SUB-ASSY,VALVE ROCKER ;
Starter Support ;
TAPPET,VALVE ;
THERMOSTAT ;
Thermostat housing ;
Timing Belt ;
Timing Chain ;
TIMING GEAR,CRANKSHAFT ;
VALVE GUIDE,EXHAUSE ;
VALVE GUIDE,INLET ;
VALVE SEAT,INLET ;
VALVE SEAT,OUTLET ;
VALVE SUB-ASSY,SOLENOID,LPG ;
VALVE,INLET ;


Water Pump ;

WWW.PCNFORKLIFT.COM